หน้าที่คุณอยู่
หน้าแรก > ข่าวประชาสัมพันธ์ > เพราะรักน้อง จึงแบ่งปัน

เพราะรักน้อง จึงแบ่งปัน

นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียเกิดขึ้น และดูเหมือนว่าจะยังคงหาหนทางแก้ไขไม่ได้ โดยที่สงครามนี้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สภาวะในประเทศภายใต้สงครามก็ไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอยู่ต่อไป จึงมีชาวซีเรียจำนวนมากที่ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ตลอดจนหลายๆ ประเทศในยุโรปและตะวันตกก็มีมาตรการอ้าแขนรับผู้ลี้ภัยสงครามเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ในจำนวนประเทศที่รับผู้อพยพเหล่านี้ ตุรกีเป็นประเทศที่รับเป็นอันดับแรก จากข้อมูลของ UNHCR ระบุว่า มีผู้อพยพที่จดทะเบียนกว่า 2.5 ล้านคนในตุรกี ในจำนวนทั้งหมดนี้ UNICEF ระบุว่า เด็กซีเรียที่อยู่ในตุรกีมีจำนวน 1,356,924 คน นับเป็น 54% ของจำนวนชาวซีเรียทั้งหมดในตุรกี โดยในจำนวนเด็กเหล่านี้ มีเด็กเพียง 278,890 คนที่เข้าศึกษาในโรงเรียน และประมาณการณ์ว่ามีเด็กที่อยู่ในวัยเรียนกว่า 450,000 คน ที่ไม่ได้รับการศึกษา จากรายงานของ Human Rights Watch ชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าในเด็กกว่า 90% ในค่ายสำหรับผู้ลี้ภัยกว่า 25 แห่งของตุรกีจะได้รับการศึกษา แต่จำนวนนี้ก็นับเป็นเพียง 13% ของเด็กผู้ลี้ภัยเท่านั้น ฉะนั้นยังมีเด็กอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัย โดยกระจายออกไปตามเมืองต่างๆ ซึ่งมีอัตราการเข้าศึกษาน้อยกว่า

น้องชาวซีเรีย

รายงานของ Human Rights Watch ค้นพบปัญหาว่า เด็กที่อยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัยมีอุปสรรคในการศึกษา คือ ปัญหาทางด้านภาษา ปัญหาทางเศรษฐกิจโดยขาดความสามารถในการจ่ายค่าเดินทางไปยังโรงเรียนและค่าสนับสนุนการเรียน ตลอดจนหลายครอบครัวก็ให้เด็กทำงานด้วยเนื่องจากรายได้ไม่พอและภาวะตกงานของพ่อแม่ ขณะเดียวกันปัญหาความกังวลในการปรับตัวของเด็กหากเข้าเรียนกับชาวตุรกี ก็เป็นประเด็นหลักที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการศึกษาในเขตเมืองใหญ่

แม้ว่าจะมีการช่วยเหลือจากหลายๆ องค์กรที่ให้การช่วยเหลือแล้วก็ตาม ปริมาณการช่วยเหลือที่ให้แก่การศึกษาของเด็กซีเรียในเขตเมืองที่เป็นปัญหาก็ยังคงเป็นจุดที่ถูกมองข้าม ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของเด็กซีเรียในตุรกี โดยเฉพาะเด็กกำพร้าและยากจนที่อยู่ในเมืองใหญ่ของตุรกีให้มีโอกาสได้รับการศึกษา ในภาวะที่สงครามอันหนักหน่วงครั้งนี้ดูเหมือนจะต้องใช้ระยะเวลาอีกนานในการยุติปัญหา ชีวิตที่โยกย้ายมาสู่พื้นที่ใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องเดินต่อไป สมาคมนักเรียนไทยในตุรกี จึงตระหนักว่าการอยู่ในพื้นที่ตุรกี ก็ย่อมนำมาซึ่งหน้าที่ที่จะหาแนวทางเท่าที่สามารถเพื่อช่วยเหลือต่ออนาคตของเด็กเหล่านี้เท่าที่มีความสามารถ โดยการช่วยเหลือครั้งนี้ทางสมาคมร่วมประสานกับองค์กร Syria Nur ซึ่งดำเนินการช่วยเหลือชาวซีเรียทั้งในซีเรียและในตุรกีนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ และภายใต้โครงการก็มีโรงเรียนที่ช่วยสำหรับการศึกษาของเด็กซีเรียผู้อพยพเช่นกัน แต่ด้วยกับปัญหาเดียวกับข้อมูลข้างต้นที่ได้กล่าวไป ก็ทำให้การดำเนินการในด้านการศึกษาของทางองค์กรยังคงมีข้อจำกัดที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ นอกจากนั้น การประสานกับโรงเรียนซีเรียที่อยู่ในอิสตันบูลแห่งอื่น เพื่อให้การช่วยเหลือก็จะเป็นอีกเป้าหมายในการช่วยเหลือครั้งนี้ไปพร้อมๆกัน

จึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดีครั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายน 2559

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ yasminsattar@hotmail.com

FacebookTwitterGoogle+Share
Top